วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. นายสุขสันต์ เอี่ยมโสภณ อุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นายเฉลิมพล โคตรมี หัวหน้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมหารือ เพื่อจัดเตรียมพื้นที่ในการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการผักตบชวา เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (ฟางข้าว ใบอ้อย ซังข้าวโพด) ระดับชุมชนเพื่อเปลี่ยนวัชพืชและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เป็นทรัพยากรที่มีมูลค่า พร้อมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและลดมลพิษทางอากาศจากการเผา ในพื้นที่อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี โดยมี พล.ร.ต.วิรัตน์ จันทร์แสงศรี ร.น. ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ระดับ 10 พร้อมด้วยคณะทำงาน ศอญ.จอส. พระราชทาน เข้าร่วมการประชุม
ในการนี้ นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบูรี พร้อมด้วย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดลพบุรี ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ ได้เข้ารว่มประชุมในครั้งนี้ด้วย
โดยคณะได้ลงพื้นที่ ตำบลชอนสมบูรณ์ อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี โดยพล.ร.ต.วิรัตน์ จันทร์แสงศรี ร.น. ให้คำแนะนำ เรื่อง การบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร (ใบอ้อย) ต้องเกิดจากการวางแผนหารือร่วมกัน พร้อมกับความต้องการของเกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่ นำใบอ้อยมาสร้างมูลค่าทำปุ๋ย แล้วนำกลับไปใช้ในแปลง จัดทำในรูปแบบของธนาคารเพื่อการแลกเปลี่ยน วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยมีชุมชนเป็นหลักในการบริหารจัดการ ศอญ.จอส พระราชทาน เป็นหน่วยงานประสานงาน มีการวางแผน พัฒนาเครื่องมือ/เครื่องจักรให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ระดับพื้นที่ให้การสนับสนุน ใช้การทำงานแบบจิตอาสา ได้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อลดปัญหา pm 2.5 และลดต้นทุนทางการเกษตร
จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยัง ตำบลมหาสอน และ ตำบลบางขาม อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เพื่อดูการบริหารจัดการจัดการวัชพืช (ผักตบชวา) โดย พล.ร.ต.วิรัตน์ จันทร์แสงศรี ร.น. ให้คำแนะนำว่า การนำผักตบชวาขึ้นมาจากแหล่งน้ำ ควรมีการ สับหยาบตั้งแต่กระบวนการบนเรือจัดเก็บ เพื่อเร่งกระบวนการย่อยให้เร็วขึ้น และจุดรวบรวมผักตบชวาควรอยู่ห่างกันในรัศมี 1-2 กิโลเมตร เพื่อลดกระบวนการขนส่ง ส่วนการแปรรูปผักตบชวา ขึ้นอยู่กับความต้องการของเกษตรกรและคนในชุมชนว่ามีความต้องการนำผักตบชวาไปใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อะไร อาทิเช่น ปุ๋ยหมักผักตบชวา วัสดุรองกันกระแทก บะหมี่หยกจากผักตบชวา และอาหารเป็ดไล่ทุ่ง โดยให้คนในชุมชนและเกษตรกรสนใจ โดยใช้กิจกรรมจิตอาสาเข้ามาเป็นส่วนร่วมในการแปรรูป และสามารถนำผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของตนเองต่อไป