วันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00 น. นายสุขสันต์ เอี่ยมโสภณ อุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสาวจิราพร ดวงกลาง หัวหน้ากลุ่มอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และข้าราชการสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรและพิธีบำเพ็ญกุศล ครบสัตตมวาร (7 วัน) อุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ อาคาร ดร.อุไรศรี โรงเรียนวินิตศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ แห่งที่ 2 ตำบลโพธิ์เก้าต้น จังหวัดลพบุรี โดยมี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานในพิธี และพระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามราชวรวิหาร พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระราชสิริวชิรเวที เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี (ธรรมยุต) คณะสงฆ์จังหวัดลพบุรี พิพากษา หัวหน้าศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมในพิธี

ทั้งนี้ ข้าราชการ และพสกนิกรทุกหมู่เหล่าที่มาร่วมพิธีในครั้งนี้ ล้วนตั้งใจมาเพื่อร่วมแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมอธิษฐานจิตถวายเป็นพระกุศล ด้วยความสำนึกในพระจริยวัตรและพระกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติตลอดพระชนม์ชีพ ท่ามกลางบรรยากาศภายในพิธีที่เป็นไปด้วยความสงบ และสมพระเกียรติ 

โดยจังหวัดลพบุรีและคณะสงฆ์จังหวัดลพบุรี ได้กำหนดจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ ตลอดระยะเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2569 จนถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ณ อาคาร ดร.อุไรศรี โรงเรียนวินิตศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ แห่งที่ ๒ ตำบลโพธิเก้าต้น อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ในเวลา 13.00 น. เป็นต้นไป และทุกอำเภอของจังหวัดลพบุรีตามเวลาที่กำหนด

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยความวิริยอุตสาหะ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะด้านกระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ทรงริเริ่ม "โครงการกำลังใจ" เพื่อประทานความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องขังหญิงและเด็กติดผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยเน้นการให้โอกาสและการเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคม 
นอกจากนี้ ในด้านการบรรเทาทุกข์และการพัฒนาชุมชน ทรงงานในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทรงนำสิ่งของพระราชทานไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างทันท่วงที พร้อมส่งเสริมการฟื้นฟูอาชีพให้ราษฎรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ส่วนในด้านการสาธารณสุข ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์โรงพยาบาลและมูลนิธิต่างๆ เพื่อดูแลสุขภาพพลานามัยของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ตลอดจนการปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศ ในฐานะเอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำองค์การสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา ซึ่งทรงใช้ความรู้ความสามารถด้านกฎหมายสร้างความร่วมมืออันดีในเวทีระดับโลก